สำหรับธุรกิจร้านอาหารที่มีหลายสาขา คำถามสำคัญเมื่อต้องสั่งซื้อวัตถุดิบคือ “ควรให้โรงงานผลิตกระเทียมเจียว หอมเจียว ส่งสินค้ามารวมที่ครัวกลาง (Central Kitchen) หรือจัดส่งตรงไปยังแต่ละสาขาเลยดีกว่ากัน?”
ทั้งสองรูปแบบมีข้อดีและเงื่อนไขการทำงานที่ต่างกัน การตัดสินใจที่คุ้มค่าจึงไม่ได้อยู่ที่การเปรียบเทียบแค่เรื่องราคา แต่ต้องมองข้ามไปถึงปริมาณการใช้ พื้นที่จัดเก็บ เส้นทางการขนส่ง และความพร้อมของทีมงานตรวจรับสินค้าด้วย
รูปแบบที่ 1: รับเข้า "ครัวกลาง" (รวมการตรวจรับไว้จุดเดียว)
การรับสินค้าที่ครัวกลางช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมการตรวจนับจำนวน เช็กสภาพบรรจุภัณฑ์ และตรวจสอบเลขล็อต (Lot) ได้จากจุดเดียว ก่อนจัดสรรไปยังสาขาต่างๆ ตามแผนการใช้งานจริง
- เหมาะกับใคร: ธุรกิจที่มีคลังสินค้าพร้อม มีทีมรับสินค้าโดยเฉพาะ และมีระบบรถขนส่งกระจายวัตถุดิบไปยังสาขาต่างๆ อยู่แล้ว โดยสามารถจัดส่ง กระเทียมเจียว ราคาส่ง และ หอมเจียว ราคาส่ง ไปพร้อมกับวัตถุดิบอื่นๆ ได้เลย
- ข้อควรระวัง: ครัวกลางต้องมีพื้นที่จัดเก็บที่เพียงพอและมีระบบบันทึกสต็อกที่แม่นยำ (ว่าสินค้าล็อตไหนถูกส่งไปสาขาใด) รวมถึงต้องคำนวณเรื่องเวลาและต้นทุนแรงงานในการรับ เก็บ หยิบ และกระจายสินค้าอีกรอบ
รูปแบบที่ 2: ส่งตรงถึง "หน้าสาขา" (ให้สินค้าไปถึงจุดใช้งาน)
การส่งตรงเหมาะกับสาขาที่ตั้งอยู่ไกลจากครัวกลาง หรือเป็นสาขาใหญ่ที่มีปริมาณการใช้งานมากพอสำหรับการรับสินค้าในแต่ละรอบ
- เหมาะกับใคร: สาขาที่ต้องการลดขั้นตอนและเวลาในการผ่านคลังกลาง ทำให้ได้รับวัตถุดิบไปใช้งานได้รวดเร็วขึ้น
- ข้อควรระวัง: แต่ละสาขาต้องมีผู้รับผิดชอบในการตรวจรับสินค้า มีพื้นที่จัดเก็บของตนเอง และมีมาตรฐานการบันทึกข้อมูลที่ตรงกันทุกสาขา นอกจากนี้ ควรหารือกับ โรงงานผลิตกระเทียมเจียว หอมเจียว ถึงเงื่อนไขต่างๆ เช่น พื้นที่ให้บริการจัดส่ง จำนวนจุดส่ง ปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำต่อจุด ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และช่วงเวลาที่รองรับได้
เปรียบเทียบการทำงานจริง: ครัวกลาง VS ส่งตรงสาขา
ประเด็นการจัดการ | รับเข้าครัวกลาง | ส่งตรงหน้าสาขา |
การตรวจรับ | ทีมกลางตรวจและบันทึกมาตรฐานเดียว | แต่ละสาขาต้องตรวจตามมาตรฐานที่ตกลงกันไว้ |
พื้นที่จัดเก็บ | ต้องมีคลังใหญ่รองรับสินค้ารวมก่อนกระจาย | แต่ละสาขาต้องมีพื้นที่สต็อกให้พอดีกับรอบส่ง |
การขนส่ง | มีรอบรถจัดส่งจากครัวกลางไปยังสาขา | ต้องประสานงานและจัดการเงื่อนไขการส่งหลายจุด |
การติดตามล็อต | ส่วนกลางบันทึกรับเข้าและการกระจายต่อได้ง่าย | ต้องรวบรวมข้อมูลการรับเข้าจากทุกสาขากลับมาที่ส่วนกลาง |
การสั่งซื้อ | จัดซื้อรวมเป็นออเดอร์เดียวแล้วค่อยแบ่งสินค้า | อาจจัดซื้อรวมยอดได้ แต่ต้องแยกใบสั่งส่งตามจุดต่างๆ |
ความพร้อมของทีม | ใช้ทักษะของทีมคลังสินค้าและทีมกระจายสินค้า | ต้องอาศัยผู้รับผิดชอบประจำสาขาที่มีความรัดกุม |
ปัจจัยที่ต้องนำมาคำนวณเป็น "ต้นทุนรวม"
จำไว้เสมอว่า ราคากระเทียมเจียว ราคาส่ง และ หอมเจียว ราคาส่ง เป็นเพียงต้นทุนส่วนหนึ่งเท่านั้น ธุรกิจควรบวกค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เข้าไปด้วย เช่น ค่าขนส่ง ค่าแรงพนักงาน พื้นที่จัดเก็บ และค่าใช้จ่ายกรณีฉุกเฉิน
- หากมีรถส่งวัตถุดิบจากครัวกลางอยู่แล้ว: ควรประเมินเฉพาะต้นทุนส่วนเพิ่มจากการนำสินค้ารายการนี้ขึ้นรถ (ไม่จำเป็นต้องนำต้นทุนรถทั้งเที่ยวมาหารเฉลี่ยกับกระเทียมเจียวและหอมเจียวทั้งหมด)
- หากเลือกการส่งตรง: ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าโรงงานมีค่าขนส่งเพิ่มเติมหรือมีเงื่อนไขยอดสั่งซื้อขั้นต่ำแยกเป็นรายสาขาหรือไม่ เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าที่แท้จริง
ใช้ "รูปแบบผสม" (Hybrid Model) เพื่อความยืดหยุ่นสูงสุด
ธุรกิจไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบเดียวเสมอไป ตัวอย่างเช่น สาขาที่อยู่ในเขตเมืองใกล้ครัวกลาง อาจรับสินค้าผ่านรถกระจายของบริษัท ส่วนสาขาต่างจังหวัดที่มีการใช้งานสูงก็สั่งให้โรงงานไปส่งตรงที่หน้าสาขา
หากธุรกิจมีการสั่งซื้อ ผงปรุงรส อยู่ในระบบจัดซื้อเดียวกัน สามารถประเมินการขนส่งร่วมกันได้ โดยพิจารณาจากเงื่อนไขการเก็บรักษา ขนาดบรรจุภัณฑ์ และรอบการใช้งานของแต่ละไอเทมประกอบกัน
เตรียมข้อมูลสาขาให้พร้อม ก่อนตกลงรูปแบบจัดส่ง
ก่อนเจรจากับโรงงาน ควรเตรียมข้อมูลพื้นฐานให้พร้อม ได้แก่ ปริมาณการใช้งานต่อสัปดาห์ พื้นที่จัดเก็บ วันเวลาที่สะดวกรับสินค้า และรายชื่อผู้รับผิดชอบแต่ละสาขา
เมื่อเลือกแนวทางได้แล้ว แนะนำให้ทดลองใช้ระบบขนส่งในช่วงเวลาที่กำหนด (Trial Period) แล้วประเมินผลลัพธ์ เช่น ความตรงต่อเวลา ภาระงานหน้าสาขา และความถี่ในการต้องโอนสินค้าระหว่างสาขา เพื่อนำมาปรับจูนระบบให้เหมาะกับการทำงานจริง
มองหาพาร์ทเนอร์ด้านวัตถุดิบที่พร้อมปรับตัวตามธุรกิจคุณ?
ติดต่อ Thai Unique Foods เพื่อสอบถามเงื่อนไขการจัดส่ง และร่วมวางแผนการสั่งซื้อให้คุ้มค่า สอดคล้องกับตำแหน่งที่ตั้งและปริมาณการใช้งานของแต่ละสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด